สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในโลกนี้เต็มไปด้วยสถานที่ ที่สวยงามและลึกลับ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้คุณสามารถไปที่ไหนก็ได้ภายในโลก ไม่เว้นเม้นกระทั่ง สถานที่ ที่เต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งวันนี้เรา Numder.com จะพาทุกคุณไปดู 5 สถานที่ต้องห้าม ที่เราท้าให้คุณไปลอง ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง

เกาะงูคลั่ง

  1. เกาะงูคลั่ง

เกาะงูคลั่ง ที่ประเทศบราซิล ถ้าจะบอกว่าเกาะแห่งนี้ เป็นเกาะแห่งพญานาค ก็คงไม่ผิดนัก เพราะทุกตารางเมตรของเกาะ เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “งู” นั่นเอง เกาะยัว ฮาด พวยมาสด้า กรานเด เป็นชื่อของเกาะที่อยู่นอกชายฝั่งของเมืองเซาเปาโล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล และเป็นเกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่มาเป็นเวลากว่า 100 ปี และเหตุผลที่ไม่มีคนอยู่นั้น

ก็เพราะ เกาะแห่งนี้เป็นดินแดนแห่งอสรพิษที่มีประชากรงูอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงขั้นที่ว่าทุกๆ 1 ตาราเมตร จะมีงูอยู่ราวๆ 5 ตัวเลยทีเดียว ในอดีตนั้น ไม่มีใครทราบว่า งูปริมาณมากมายมหาศาลขนาดนี้ เข้ามาอาศัยอยู่เกาะนี้ได้อย่างไร แต่จากตำนานพื้นบ้านของคนในพื้นที่ ว่ากันว่า งูเหล่านี้ ถูกโจรสลัดนำมาปล่อยไว้เพื่อดูแลขุมทรัพย์ที่ถูกฝังไว้นั่นเอง และการที่งูไปติดอยู่บนเกาะนี้นั่นเอง ทำให้พวกมันต้องวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด อย่าง งูโกลเด้นแลนซ์เฮด

ที่พบได้เฉพาะที่นี่ ก็วิวัฒนาการพิษของตัวเอง จนรุนแรงมากกว่าพิษของงูบนแผ่นดินใหญ่ถึง 5 เท่า นั่นก็เป็นเพราะว่า ในเกาะที่แยกออกจากแผ่นดินเช่นนี้ งูจำเป็นจะต้องล่านกต่างถิ่นเป็นอาหาร ดังนั้นมันจึงจำเป็นจะต้องมีพิษที่แรงพอ เพื่อที่จะสังหารนก ให้ตายในทันทีที่ถูกกัดนั่นเอง

เกาะงูคลั่ง

นอกจากนี้ การอยู่บนเกาะที่หาอาหารได้ยาก ก็ยังทำให้งูชนิดนี้ กลายเป็นงูที่ดุร้ายมากๆ มันแทบจะโจมตีทุกสิ่งที่เข้าใกล้ จนทำให้อัตราการโดนงูกัด ในประเทศบราซิลนั้นมากกว่า 90% มาจากงูสายพันธุ์นี้ทั้งหมด  นั่นเองที่ทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นดินแดนมรณะที่แทบจะไม่มีใครอยาก ย่างกลายเข้าไปใกล้ แต่ถึงอย่างนั้นในเกาะนี้เองก็มีขุมทรัพย์ ที่ไม่น่าเชื่อซ่อนอยู่เช่นกัน เพราะว่าพิษของงูนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการที่จะใช้รักษาโรคหัวใจ จนทำให้ราคาของพิษงูชนิดนี้พุ่งสูงมากในตลาดมืด สิ่งนี้เองที่หลอกล่อให้เหล่าผู้คนนั้นตัดสินใจฝ่าฝืนกฏหมายเข้ามาเสี่ยงชีวิตในดินแดนแห่งอสรพิษแห่งนี้ และแน่นอนว่าน้อยคนนัก ที่จะสามารถรอดกลับไปได้ อย่างปลอดภัย

เชอร์โนบิล

  1. เชอร์โนบิล

เชอร์โนบิล ในประเทศยูเครน ภัยพิบัติในเชอร์โนบิลนั้นเริ่มต้นขึ้น จากการที่วิศวกรทศสอบการทำงานของระบบหล่อเย็น แต่การทดสอบนั้นล่าช้า ก่อนจะเกิดแรงดันน้ำที่สูงขึ้นอย่างฉับพลัน และระบบการตัดการทำงานอัตโนมัตินั้นไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงขึ้น จนทำให้แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 หลอมระลาย และเกิดระเบิดขึ้น ในวันที่ 24 เมษายน ปี 1986 ผลจากการระเบิดนั้น ทำให้เกิดขี้เก้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี พวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศยาวนานถึง 10 วัน

เชอร์โนบิล

ขี้เถ้านั้นได้ปกคลุมทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก และยุโรปเหนือ พื้นที่กว่า 200,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 71% ของประเทศเบลารุส  รัสเซีย และยูเครน การปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ทำให้ทางการของทั้ง 3 ประเทศ ต้องอพยพประชาชน รวมแล้วกว่า 336,000 คน ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ขณะที่พื้นที่รัศมี 30 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลนั้น ถูกประกาศให้เป็นเขตอันตราย เหตุระเบิดในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที หลังจากเกิดการระเบิดจำนวน 31 คน

เชอร์โนบิล

โดยเป็นคนในโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิลเอง และในปี 2005 ระบุว่าในอนาคต อาจจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพรังสีอีกกว่า 4,000 คน 30 ปีผ่านไป ที่นี่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศยูเครน มีนักท่องเที่ยวผู้มองหาสถานที่แปลกใหม่ ที่น่าตื่นเต้น ประทับใจแบบไม่เหมือนใคร ก็ได้แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย

เกาะเซนติเนล

  1. เกาะเซนติเนล

ลึกเข้าไปในมหาสมุทรอินเดีย ที่เป็นที่ตั้งของเกาะอันโดดเดี่ยวที่มีชื่อว่า “นอร์ทเซนติเนล” ที่ผู้อาศัยบนเกาะนี้ถูกนับว่าเป็นชนเผ่า ที่ไม่เคยติดต่อกับชนกลุ่มอื่นเลย ไม่ว่าจะตอนนี้หรือย้อนกลับไปเมื่อ 1,000 ปีก่อน ในประวัติศาสตร์พวกเขาไม่เคยติดต่อกับคนนอกแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร ที่พักอาศัย หรือการเกษตร ณ ปัจจุบันนี้ กับ 10,000 ปีที่แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป และหลักฐานที่ว่า พวกเขามีตัวตน ก็เป็นแค่ภาพถ่ายห่างๆ เท่านั้น เพราะชนเผ่าเซนติเนล จะสังหารคนนอก ที่มายังเกาะของพวกเขาโดยไร้ซึ่งความลังเล ถึงเกาะแห่งนี้จะอยู่ไม่ไกลมากนัก

เกาะเซนติเนล

แต่ความรู้เกี่ยวกับเกาะและผู้คนในเกาะนั้น มีน้อยนิดมากจนแทบจะไม่มีราวกับว่า มันเป็นสถานที่ลึกลับของโลกเลยก็ว่าได้ในช่วงปี 1960 รัฐบาลของประเทศอินเดีย ก็มีความจะพยายามติดต่อสื่อสารกับชาวเซนติเนล แต่ก็ได้เพียงทิ้งของขวัญไว้ให้แก่พวกเขาที่ชาดหาด แล้วก็จากไปเท่านั้นเอง อีกครั้งในปี 2004 ยามชาดฝั่งของประเทศอินเดีย ใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจท้องฟ้า หลักจากเกิดเหตุการณ์สึนามิใหญ่ แต่พอบินไปที่น่านฟ้าของเกาะ พวกเขาก็ถูกชาวเกาะนั้นจู่โจมทันทีด้วยลูกธนู

เกาะเซนติเนล

ในปี 2006 ชาวประมงอินเดีย 2 คน ถูกสังหารทันที่ ที่เข้าใกล้เกาะมากเกินไป และล่าสุดในปี 2017 นักผจญภัยชาวอเมริกัน ถูกชาวเซนติเนล ชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ยิงธนูใส่จนเสียชีวิตหลังจากที่เขาแอบลักลอบเข้าไปในเกาะเพื่อหวังจะผูกมิตร และสอนศาสนา ซึ่งตอนนี้เกาะแห่งนี้และน่านน้ำรอบๆ กลายเป็นเขตหวงห้าม เพื่อความปลอดภัยของคนนอก และชาวเกาะแห่งนี้เอง

แอ่งดานาคิล

  1. แอ่งดานาคิล

แอ่งดานาคิล ในประเทศเอธิโอเปีย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง และยากที่จะย่ามกลายเข้ามาขนาดที่ว่าไม่มีแม้แต่ต้นไม้หรือสิ่งมีชีวิตชนิดใดสามารถอาศัยอยู่ได้เลย แอ่งดานาคิล ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเอธิโอเปีย แอ่งดานาคิลนั้นเป็นแอ่งรูปพัดกว้างใหญ่ ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส และมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทั่วทุกพื้นที่ของแอ่งดานาคิล นั้น เต็มไปด้วยเกลือ

ทำให้ไม่มีพืชชนิดใด สามารถเจริญเติบโตได้สักต้น และในทุกๆ ปีนั้น ระดับน้ำในแอ่ง ก็จะลดลง 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำและแห้งแล้งอย่างหนัก แถมแอ่งแห่งนี้นั้นยังอยู่ในเขตพื้นที่ของภูเขาไฟดารอล ภูเขาไฟที่ยังคลุมฝุ่น และเกิดการประทุของลาวาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ ที่มีสภาพแวดล้อมโหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจึงถูกขนานนามว่า “เป็นดินแดนแห่งความตาย หรือ นรกบนดิน นั้นเอง”

แอ่งดานาคิล

แต่ความโหดร้ายดังกล่าว ก็ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสวยงามราวกับว่า อยู่บนดวงดาวดวงอื่นเลยทีเดียว ด้วยเพราะอุณหภูมิที่สูงถึง 50 องศาเซลเซียสนี่เอง ทำให้ยากที่จะมีคนมาย่างกาย แต่ที่แห่งนี้นั้น ก็ยังพอมีคนอาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นคนงานในเหมืองเกลือ ที่ทำงานกลางสภาพแวดล้อม ที่ยากลำบากมานานนับ 1,000 ปี และเดินทางโดยใช้อูฐนั่นเอง

Area 51

  1. Area 51

Area 51 อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นภายในใจของมนุษย์เสมอ ก็คือ เราอยู่เพียงลำพังในโลกกลมๆ แบบนี้จริงๆ หรอ แล้วถ้าหากเราไม่ได้อยู่ตามลำพังละ แล้วมนุษย์ที่เราเรียกกันว่าต่างดาวนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่

อันที่จริงแล้ว คำตอบเหล่านั้นอาจจะอยู่ไม่ไกลเลยก็ได้ เพราะในโลกของเรา มีสถานที่ลับสุดยอด ที่ถูกเรียกว่า Area 51 นั้นเอง

Area 51 เป็นที่ทำการของทหารสหรัฐ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในทะเลทรายของเนวาด้า มันเป็นสถานที่ ที่เรียกได้ว่า เป็นความลับสุดยอดของทางรัฐบาลสหรัฐ ผู้ที่สามารถเดินทางไปยัง Area 51 ได้ จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเท่านั้น และระดับสูงที่ว่านั้นแม้แต่ประธานาธิบดีเองก็ไม่อาจร้องเรียกเอาข้อมูลหรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ แม้จะอยากไปก็ตาม จากความลับดำมืดที่อยู่ใน Area 51 นี้ เริ่มมีหลายๆ ฝ่ายสงสัยกันมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว ในพื้นที่แห่งนี้มันมีอะไรอยู่กันแน่ ถึงขนาดที่เรียกได้ว่า รัฐบาลสหรัฐต้องซ่อนฐานทัพนี้จากสายตาของผู้คน

Area 51

มีความเชื่อกันว่า สถานที่ดังกล่าวนั้น มีความเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ ที่ยานอวกาศลึกลับได้ตกลงมาบนโลก โดยหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ที่ไม่ประสงค์ออกนามนั้นได้ออกมาเปิดเผยกับทางสื่อว่า ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว ได้มีวัตถุจานบินลึกลับตกมาบริเวณดังกล่าว ก่อนที่ชายชุดดำจะเข้ามาเคลียร์พื้นที่ และข่มขู่เพื่อปิดปากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ผู้ที่ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ ยังเล่าต่ออีกว่า เขาได้เห็นร่างสีเทา ที่ไม่น่าจะใช่มนุษย์ นอนอยู่ด้วยกันบนพื้นถึง 3 ศพด้วยกัน

สำหรับ 5 สถานที่ต้องห้าม  นี้ เป็นสถานที่ ที่ผู้คนส่วนมาก จะไม่มีใครเข้าไปย่างกาย เพราะเป็นสถานที่ ที่อันตรายพอสำควร ทางเรา   numder.com    ขอขอบคุณสำหรับท่านที่สนใจในบทความของเรา และขอบคุณที่ติดตามเรามาจนจบ ขอบคุณครับ

 

 

ฺback

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *